กลุ่มผู้หญิงไทยรวมตัวกันเพื่อคุ้มครองป้องกันป่าเปียกน้ำของชุมชน

สมาคมสตรีจากบ้านบุญเรืองมีหน้าที่สำคัญสำหรับเพื่อการสกัดแนวทางนำป่าเปียกน้ำให้เปลี่ยนเป็นแหล่งอุตสาหกรรม

สมาคมสตรีจากบ้านบุญเรืองมีหน้าที่สำคัญและก็มานะที่จะชักนำให้รัฐบาลไทยยกเลิกกลยุทธ์แปลงพื้นที่ป่าเปียกน้ำ 3,020 ไร่ ซึ่งเป็นที่พึ่งพิงพาอาศัยของราษฎรให้แปลงเป็นศูนย์อุตสาหกรรม พวกคุณได้ช่วยสร้างความประจักษ์แจ้งทราบแก่สังคมเกี่ยวกับใจความสำคัญชุมชนค้านแนวนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาลที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่ออนาคตของป่าเปียกแฉะน้ำของบ้านบุญเรือง ความพากเพียรนี้มีส่วนช่วยให้ชุมชนได้รับ รางวัล Equator Prize จากโครงงานปรับปรุงองค์การสหประชาชาติ (UNDP) ในปี 2563

ป่าเปียกน้ำบ้านบุญเรืองตั้งอยู่ในเขตภาคเหนือของเมืองไทย โดยจะกำเนิดอุทกภัยตามฤดูกาลด้วยน้ำจากเทือกเขาที่รายล้อม แล้วก็เป็นส่วนใดส่วนหนึ่งในเขตบริเวณลุ่มน้ำอิงที่มีความยาว 260 กิโลไหลจากจังหวัดพะเยาถึงจังหวัดเชียงรายในเขตภาคเหนือของเมืองไทย และก็ไหลถัดไปยังแม่น้ำโขง ป่าเปียกน้ำนี้เป็นแหล่งของกิน ยารักษาโรค รวมทั้งช่วยเหลือเกื้อกูลการดำรงชีพของราษฎรในเชิงระบบนิเวศ อาทิเช่น เป็นแหล่งน้ำสะอาดทั้งยังน้ำดื่มน้ำใช้ ยิ่งไปกว่านี้ยังช่วยลดความร้ายแรงของภัยอุทกภัย เป็นแหล่งเก็บกักคาร์บอน และก็สร้างสมดุลระดับน้ำให้กับแหล่งน้ำบาดาลอีกด้วย

คนเขียนได้สนทนากับจันทร์แรม เรืองวิลัย ผู้แทนหญิงผู้เดียวของกรุ๊ปสงวนป่าเปียกแฉะน้ำบ้านบุญเรือง เนียม จันทะเรือง ประธานของกรุ๊ปแม่หญิงบุญเรือง และก็กรณิการ์ จินะสาม สมาชิกของสมาคมสตรีในชุมชน พวกคุณได้บอกกล่าวถึงความนึกคิด เหตุผลและก็ขั้นตอนการเคลื่อนเพื่อปกป้องรักษาป่าเปียกน้ำบ้านบุญเรือง

จันทร์แรม เรืองวิสัย: “ฉันมีความสัมพันธ์กับป่าเปียกแฉะน้ำนี้มาตั้งแต่กำเนิด เพราะว่าป๊ะป๋าเป็นชาวเรือท้องถิ่นแล้วก็จะกลับไปอยู่บ้านมากับปลา ผัก เห็ด รวมทั้งหน่อไม้ แล้วม่าม้าก็จะนำไปทำกับข้าวให้ทุกคน ป๋าจะเก็บผลไม้ป่ามาให้แล้วก็ยังนึกถึงรสของผลไม้ป่าที่บิดาเก็บมาฝากอยู่เป็นประจำ พอเพียงมีเวลาว่างฉันก็จะไปจับปลารอบๆเดียวกันที่พ่อเคยจับปลาในป่าเปียกแฉะน้ำบ้านบุญเรือง”
เนียม จันทะเรือง: “เพศหญิงทุกคนในชุมชนนี้เป็นพวกของกรุ๊ป ฉันเข้าพวกนี้ตั้งแต่ผัวกับฉันย้ายกลับมาที่บ้านบุญเรืองในปี 2557”

 

สมาคมสตรีของชุมชนมีบทบาทรับผิดชอบอะไรบ้าง?
เนียม จันทะเรือง: “พวกเราดำเนินงานที่เกี่ยวกับป่าเปียกน้ำร่วมกับกรุ๊ปสงวนป่าเปียกน้ำบ้านบุญเรือง รวมทั้งมีการร่วมมือกับโครงข่ายด้านนอกด้วย โดยร่วมสัมมนาเสวนาและก็ผสานความร่วมแรงร่วมใจกับผู้ส่งเสริมด้านนอกอย่างโครงข่ายแม่ญิงจังหวัดพะเยา”

กณิการ์ จินะสาม: “กลุ่มผู้หญิงเน้นให้ผู้คนมีความรักความหวงแหนต่อป่าเปียกน้ำ ไม่ว่าคนนั้นจะอยู่ไกลห่างเพียงใดก็ตาม ได้แก่ ฉันกระจ่างข่าวสารเรื่องป่าเปียกแฉะน้ำให้กับลูกๆที่เรียนอยู่ที่จังหวัดกรุงเทพ ด้วยเหตุผลดังกล่าว ลูกๆก็รักรวมทั้งต้องการจะคุ้มครองป่าเปียกแฉะน้ำนี้ไว้เช่นเดียวกับฉัน ถึงจะอยู่ไกลบ้าน ลูกๆก็ยังรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของบ้านบุญเรืองนี้”

คุณรู้สึกยังไงในตอนที่ได้ยินว่ารัฐบาลต้องการนำพื้นที่ป่าเปียกน้ำให้เปลี่ยนเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ?
เนียม จันทะเรือง: “ฉันรู้สึกกระวนกระวายใจมากมายตอนที่มีภัยแล้วก็ส่งผลเสียกับป่าเปียกน้ำ ฉันนอนไม่หลับเลยเนื่องจากกลัวว่าจะมีคนไหนกันมาเอาป่าไปจากเราจริงๆ”

จันทร์แรม เรืองวิลัย: “ฉันรู้สึกเสียใจและก็เป็นทุกข์มากมาย ก็เลยร่วมกับผู้อื่นในชุมชนเพื่อคุ้มครองพื้นที่นี้”

กลุ่มผู้หญิงช่วยคุ้มครองป้องกันป่าเปียกน้ำบุญเรืองอย่างไรบ้าง?
เนียม จันทะเรือง: “ทุกคนในชุมชนมีหน้าที่สำหรับเพื่อการคุ้มครองรักษาป่าไว้ เพศหญิงทุกคนมีส่วนร่วมในเกือบทุกมุมมอง พวกเราดำเนินการร่วมกับผู้หลักผู้ใหญ่ในกิจกรรมด้านวัฒนธรรมรวมทั้งพิธีการตามความเชื่อถือแคว้น ตระเตรียมพิธีการรวมทั้งของเส้นไหว้เพื่อสืบชะตาให้ป่า ทั้งยังได้เตรียมพร้อมต้อนรับแขกผู้มาเยี่ยมเยือนชุมชนแล้วก็ป่าเปียกน้ำ”

จันทร์แรม เรืองวิลัย: “พวกเราช่วยติดต่อสื่อสารผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์คแล้วก็หนทางอื่นๆสำหรับเพื่อการบอกเล่าเรื่องราวของเรากับผู้คนนอกชุมชน จากการโพสต์ของบุตรหลานไปยังข้างนอก พวกเราร่วมมือกับโครงข่ายแม่หญิงที่ลุ่มอิงเพื่อเปลี่ยนลักษณะการทำงานและก็แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับหน้าที่ของเพศหญิงกับการอนุรักษ์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติในรอบๆบริเวณลุ่มน้ำอิง ซึ่งกลุ่มสตรีเพียรพยายามอย่างเต็มเปี่ยมเพื่อคุ้มครองป้องกันไม่ให้พื้นที่ป่าเปียกน้ำถูกนำไปเป็นแหล่งอุตสาหกรรม”